| PACHERNWAAT's profileCHERN-เชิญPhotosBlogLists | Help |
|
August 08 น้ำพริกตาแดง..เยนแข็ง..และกะเหรี่ยง (9)นั่งๆไปก็กะระยะเวลาที่ใกล้จะครบ 1 ชั่วโมงครึ่ง เราก็เรียกอิงกับหมิงให้เตรียมตัว เพราะรู้สึกว่าเราต้องลงที่สถานีรถไฟกลางแฟรงเฟิร์ต (Hauptbahnhof) ถ้าไม่อย่างนั้นมันจะพาเราไปสนามบินแฟรงเฟิร์ตหละ ได้ยินอะไรแว่วๆว่า Flugafen Flugafen ฟลูกาเฟน มันแปลว่าสนามบินนี่ ….. ซักเดี๋ยวรถไฟก็วิ่งเข้าเขตเมืองใหญ่ เมืองอุตสาหกรรม เห็นตึกสูงๆใหญ่ๆแต่ไกล แล้วรถไฟก็วิ่งข้ามสะพานแม่น้ำไมน์ (Main) เข้าสถานีรถไฟกลางแฟรงเฟิร์ต โอ้โห …. ใหญ่โตโอฬารมาก วิ่งเข้าหลังคาของสถานีตั้งนานกว่าจะจอดสนิท เมื่อรถไฟจอด เราก็ลากกระเป๋าลงจากรถ เดินไปที่ที่ทำการสถานี แผนการของวันนี้คือต้องไปโรงแรมก่อน เช็คอินเสร็จแล้วถึงจะออกไปตะลอน ส่วนพรุ่งนี้จะเที่ยวในแฟรงเฟิร์ตให้หนำใจแล้วถึงจะไปนอนที่เมืองโคโลญจน์ต่อ ถึงแม้จะหิวนิดๆ แต่เมื่อผ่านร้านอาหารฝรั่งเราก็ไม่รู้สึกอยากกินเท่าไหร่ … ว้า..เปรี้ยวปาก อยากกินมาม่าอีกละ ไม่ต้องกลัว เราเอามาม่ามาเยอะ เดี๋ยวค่อยกิน ไปถึงอาคารผู้โดยสาร เราก็ปรี่ไปที่เครื่องโทรศัพท์สาธารณะ ทั้งๆที่เมื่อกี้ก็โทร.มาถามแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าที่เค้าบอกว่าโรงแรมอยู่หน้าสถานีรถไฟมันหน้าตรงไหน เพราะสถานีมันใหญ่มาก จนไม่รู้ตรงไหนหน้า ตรงไหนหลัง เสียงคนรับโทรศัพท์คราวนี้เปลี่ยนเป็นผู้ชายละ แก่ๆหน่อย บอกว่าให้ออกจากอาคารผู้โดยสารมา มองเฉียงๆไปด้านขวา ก็จะเห็นตัวอักษรบนหลังคาโรงแรมตัวใหญ่เป้งมาก เขียนไว้ว่า Hotel continental พอเราออกไปก็เจอจริงๆแฮะ ง่ายจัง อยากได้โรงแรมแบบนี้เยอะๆ คือออกจากสถานีรถไฟก็เจอเลย สะดวกดี ไม่ต้องนั่งรถอะไรต่อ ว่าแล้วเราก็ลากกระเป๋าไปโรงแรมที่เห็นลิบๆ โน่น ไม่ถึง 3 นาทีก็ถึงโรงแรม เช็คอินเข้าไป ปรากฏว่าคุณตาที่เป็น Guest relation ก็ต้อนรับขับไล่ เอ๊ย..สู้เป็นอย่างดี แนะนำอะไรเสร็จแกก็บอกให้เราขึ้นห้อง กำลังจะขึ้นห้องนอน อิงก็เหลือบไปเห็นไข่ระบายสีที่วางอยู่เลยถามลุงแกว่าไข่อะไร อ๋อ...ช่วงที่เราไปมันเดือนเมษา ช่วงนี้ก็พอดีกับเทศกาลอีสเตอร์ของคริสต์เค้า เลยมีไข่เต็มไปหมด ..แล้ด้วยความที่อยากกินมาม่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอเห็นไข่ก็เกิดความคิดว่าเราเอาไปกินกับมาม่าด้วยน่าจะดี เลยขอเค้าไป ตาลุงคนนั้นก็บอกว่า เอาไปสิ นี่จัดมาให้พวกยูอยู่แล้ว เท่านั้นเองเราก็คว้าไข่คนละหนุบละหนับ กระเตงขึ้นไปกินกับมาม่าด้านบน ห้องที่เรานอนเป็นห้องเตียงคู่ เล็กๆแคบๆ แต่อากาศหนาวชะมัด ไม่ใช่เพราะเค้าเปิดแอร์ แต่เป็นเพราะเค้าเปิดหน้าต่างไว้ ก็อากาศข้างนอกหนาวๆอยู่แล้ว ตรงหน้าต่างมีม่านสีขาวบางๆ ปลิวไปปลิวมาเพราะลมพัด นอกหน้าต่างมองไปเห็นอาคารผู้โดยสารของสถานีรถไฟเมืองแฟรงค์เฟิร์ต ที่เดินมาแป๊บเดียวจริงๆ ........เราจัดของเสร็จก็รื้อมาม่ามาทำกินกัน แต่เอ๊ะ..เดี๋ยวก่อน ไปดูห้องหมิงก่อนดีกว่า ห้องเจ้าหมิงเป็นเตียงเดี่ยวเล็กกว่าห้องของเราอีก ประมาณห้องของหอพักเล็กๆในเชียงใหม่ได้มั้ง แต่ไม่เป็นไรเพราะเรานอนแค่คืนเดียว หลังจากนั้นเราก็ขนมาม่า หมูหยอง หมูแผ่น น้ำพริกตาแดง น้ำพริกหนุ่ม ไข่ต้ม และมาม่าของหม่าม้า ไปที่ห้องของเชิญและอิงเพื่อจัดปาร์ตี้มาม่ากัน วิธีการกินมาม่าของเราก็แสนง่าย (แต่ไม่รู้ว่าจะถูกใจใครหรือเปล่า) คือไม่ต้องเดินไปขอน้ำร้อนให้ฝรั่งมันคิดเงินหรอก เปิดน้ำร้อนในอ่างล้างหน้าให้มันแรงๆ นานๆ เข้าไว้ เดี่ยวมันก็ร้อนเอง ร้อนมากด้วย แล้วก็ใส่ในถ้วยมาม่าของเรา ปิดฝารอนานหน่อย ก็จะได้มาม่าเส้นแข็งนิด พอกินได้ ใครๆก็รู้ว่าที่เมืองนอกเราสามารถกินน้ำจากก๊อกในห้องน้ำได้เลย และเรื่องน้ำร้อนถึงแม้มันจะตะขิดตะขวงใจมิสเตอร์อนามัยอย่างเราบ้างเพราะเวลานึกถึงน้ำก๊อกบ้านเรา เราไม่ค่อยกินกัน แต่ก็อร่อยดีเหมือนกันนะ พอมาม่าอืดได้ที่ เราก็แกะไข่ต้มทาสี แกะได้ไข่เป็นสีจางๆเหมือนกัน สงสัยสีมันซึมเข้าไปข้างในน่ะ เราฟาดมาม่ากับไข่ต้มสีต่างๆหลายสี ผสมกับน้ำพริกหนุ่ม หมูหยอง น้ำพริกตาแดงจนอิ่มแปล้ กะว่าออกไปข้างนอกจะไม่กินอะไรอีกเพราะไม่อยากเสียตังค์ มาม่าของหม่าม้าวันนั้นก็ช่วยชีวิตของพวกเราทั้งสามได้เป็นอย่างดี เชิญกับอิงกินรสต้มยำแซ่บสุดๆ หมิงกินเผ็ดมากไม่ได้เลยกินรสหมูสับแทน แล้วยังมีรสหมูสับต้มยำอีก อู้ยยย...เปรี้ยวปาก (เฉพาะตอนที่อยู่เมืองนอกนะ ...กลับมาเมืองไทย ถามใคร ใครก็ไม่กิน) เสร็จจากเรื่องกินเรื่องใหญ่....เราก็ตกลงกันว่าจะล้างหน้าล้างตาแล้วก็ออกไปเดินเที่ยว Night life ดูแสงสีของเมืองแฟรงค์เฟิร์ตกัน น้ำยังไม่ต้องอาบเพราะมันหนาว กลับมาค่อยอาบ หมิงกลับห้องไปซักพักก็กลับมาโวยวายว่าไม่มีปลั๊กให้เสียบชาร์จแบตกล้องถ่ายรูป วันพรุ่งนี้ต้องแย่แน่ๆเลยเพราะแบตฯจะหมดแล้ว ส่วนโน้ตบุ๊คก็ต้องชาร์จเพราะจะได้เอาไว้โหลดรูปเก็บไว้ แย่หละสิ ถ่ายรูปเรื่องใหญ่ ถ้ารูปไม่ได้ถ่ายให้เราตายดีกว่า ............... เราทั้งสามก็หาปลั๊กกันใหญ่ ปรากฎว่าเจอปลั๊กที่เสียบได้ 1 ตา แต่อยู่ในห้องน้ำห้องเชิญกับอิง ห้องหมิงก็มีแต่ว่าหมิงเสียบไม่ได้ เพราะมันเป็นรูกลมๆ เต้าเสียบเสียบไม่ได้ ดังนั้นเลยต้องรอให้เชิญและอิงชาร์จจนเต็มก่อนทั้งกล้องถ่ายรูป กล้อง VDO เก็บข้าวของมีค่านำติดตัวไปด้วยแล้วลงมาฝากกุญแจไว้ที่ตาลุงคนเดิม แล้วก็พากันออกไปสำรวจสีสันเมืองแฟรงค์เฟิร์ตกัน ....... เราเดินย้อนกลับไปทางด้านหน้าสถานีรถไฟกลางอย่างเดิม พบว่ามีซอกซอยให้เลี้ยวไปอีกตั้งเยอะ ซอยไหนน่าสนใจก็เดินไปเรื่อยๆ พบว่าแถบๆนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนชั้นดีเลย เพราะมีทั้งผับ บาร์ เธค บาร์เปลือย บาร์เกย์ ฯลฯ และที่สำคัญคือ “ร้าน sex shop” ที่เชิญกับอิงหมายมั่นปั้นมือเป็นอย่างมากว่าจะต้องเข้าไปชมให้ได้ และต้องซื้อของติดไม้ติดมือไปฝากเพื่อนให้มันตะลึงให้ได้
คิดดูนะ... ตอนที่มาคราวที่แล้ว (กันยา 46) เชิญกับอิงตระเวนหาทั่วเลยว่ามี “ร้าน sexshop”ที่ไหนบ้าง ไม่ใช่คลั่งไคล้อะไรหรอก แต่ว่าอยากดู อยากเห็นว่ามันเป็นยังไง บ้านเราไม่มีนี่นา มีอยู่ครั้งนึง ตอนนั้นพักที่โรงแรมในเมืองซาล์ลส์บวร์ก (บ้านเกิดของโมซาร์ต) ประเทศออสเตรีย หัวหน้าทัวร์นัดเจอกัน 10 โมงตรง ก่อนหน้านั้น ใครจะไปทำอะไรก็ได้ตามใจ เชิญกับอิงถึงกับจ้างแท็กซี่ (ที่แพงแสนแพง) ให้พาไปที่ “ร้าน sexshop” ที่อยู่อีกฝั่งนึงของเมือง เพื่อไปซื้อของฝากกลับเมืองไทย ....แต่น แตน แต๊น..... ปรากฎว่า พอไปถึง “ร้านยังไม่เปิดครับท่านผู้ชม” เค้าเปิด 10 โมงครึ่ง แห้วสนิท เห็นแต่สินค้าที่เค้าจัด ดิสเพลย์วางอยู่ด้านนอก แต่ข้างในมีอะไร เป็นยังไงก็ไม่รู้ ตอนนั้นเสียค่าแท็กซี่ไปประมาณ 10 ยูโร เจ็บใจนัก ขากลับเลยขึ้นรถเมล์กลับมาลงที่ปาร์คใกล้ๆกับโรงแรม ฝรั่งมันก็คงมองแปลกๆเหมือนกันนะ อะไรวะไอ้เอเชียสองผัวเมียนี่ บอกให้พาไป “ร้าน sexshop” แต่เช้าเลย มันจะหมกมุ่นไปถึงไหน
หลังจากนั้นอีก 2 วัน ก็พากันมาลอยชายในมิวนิค ขนาดวันสุดท้ายก่อนที่จะกลับเมืองไทยครั้งนั้น โปรแกรมการท่องเที่ยวคือการเที่ยวตามที่ต่างๆในเมืองมิวนิค ทั้งๆที่วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ซึ่งไม่มีร้านค้าใดๆเปิดทำการอยู่แล้วในเยอรมัน เรายังท่องเที่ยวอย่างมีความหวังว่าจะมีร้าน sexshop ซักที่นึงที่เปิดให้ลูกค้ากะเหรี่ยงอย่างเราเข้าไปเยี่ยมชม เวลานั่งรถผ่านไปที่ไหน ก็มองหาแต่ป้าย sexshop ยังไงก็หาไม่เจอ ถึงเจอก็เป็นแบบปิด ไม่ทำงานในวันนี้ (ดูหมกมุ่นยังไงไม่รู้เนอะ ฮ่าฮ่า) คราวนี้ …… พอมาถึง “แหล่ง” ของมัน มันก็หวานหมูหวานหมาอย่างเราหนะสิ……
คราวที่แล้วมีเพื่อนๆทำเป็นแกล้งบอกฝากซื้อของที่ระลึก แต่เราก็ไม่ได้หาไปฝากใครซักคน ด้วยข้อจำกัดและโชคร้ายอย่างที่บอก คราวนี้หละ ทุกคนที่เกี่ยวข้องจะได้กันถ้วนหน้า … จะคอยดูว่ามันจะทำหน้ายังไง
ในถนนในเมืองแฟรงค์เฟิร์ตที่เรากำลังเดินอยู่นั้น ออกแนวถนนสายโลกีย์ยังไงก็ไม่รู้ ดูมีบาร์ มีเธค มีบาร์เกย์ มีร้าน sexshop เพียบ คิดว่าคงเป็นย่านที่คนเมืองนี้จะมาใช้ชีวิตกลางคืนกันที่นี่ ต่อไปใครที่จะไปแฟรงค์เฟิร์ตก็จำไว้ก็แล้วกัน ถนนนี้อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟกลาง ของเมืองแฟรงค์เฟิร์ต เดินไปถึงกันได้ เดินทะลุซอยอื่นไปมาก็ยังเจอร้านและสถานที่ประเภทนี้เพียบ สำหรับเราทั้งสามนั้น แรกๆก็เดินแบบไว้เชิงก่อน อ๊ะ… ไม่ได้สิ ต้องไว้ตัวนี้ดดดด….นึง จะโผล่พรวดเข้าไปอย่างกับคนกระหายใคร่รู้มากไม่ได้ มันต้องมีฟอร์มกันนิดนึง เดี๋ยวฝรั่งมันหาว่าไอ้พวกกะเหรี่ยงเอเชียหน้าเหลืองนี่มักมากและหมกมุ่น เราก็แกล้งเดินไปเดินมา ผ่านร้านนั้น และผ่านร้านนี้ไปเรื่อยๆ คนเชียร์และเรียกแขกเข้าร้านมันก็เรียกเราอยู่ได้ทุกร้าน ร่ำๆจะเข้าไปอยู่แล้ว แต่นึกขึ้นมาได้ว่ากำลังทำตัวไฮโซโก้หรู ก็ชะงักก่อน…… TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://chern1999.spaces.live.com/blog/cns!AA0D7025208BACCC!496.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|