| PACHERNWAAT's profileCHERN-เชิญPhotosBlogLists | Help |
|
June 28 น้ำพริกตาแดง..เนยแข็ง..และกะเหรี่ยง (8)เงยหน้ามองคนขายก็เห็นว่าทำหน้าเอ๋อๆ สงสัยพูดภาษาอังกฤษไม่ถนัดแหง๋เลยคนนี้ เลยไม่พูดพล่ามทำเพลง คว้าน้ำใสๆในขวดพลาสติกมาได้ก็ถามว่า “How much?” “One twenty,please.” โอเค 1.20 ยูโร จ่ายเงินเสร็จก็เปิดขวดทันที กรอกน้ำเข้าปากด้วยความกระหาย กะจะดื่มอั๊กอั๊กอั๊ก…ให้เต็มที่ .............อ๊อก…… เสียงกะเหรี่ยงสำลักน้ำ ….. น้ำนี่มันไม่ใช่น้ำเปล่านี่…… โซดาชัดๆเลย เรารู้ บ้านเราเค้าเอาไว้ผสมกะเหล้าไง อิงเดินมาสำทับด้วยความสะใจ “เห็นไหม อิงบอกแล้วว่าน้ำเปล่าเค้าไม่ขาย เนี่ย..คงจะเอาน้ำมาอัดแก๊สให้กลายเป็นโซดา แล้วขาย ฝรั่งเค้ากินกันแบบนี้ไง อิงบอกให้ไปกินในห้องน้ำก็ไม่เชื่อ” แต่เรื่อง’ไรเราจะเสียฟอร์มง่ายๆ “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวผมเก็บในเป้หลัง เอาไว้กินตอนหิวๆก็ได้ หรือถ้าหมิงหิวน้ำจะกินให้หมดเลยก็ได้นะ” ฮะฮะฮะ….. เรื่องไรเราจะกินโซดาเพียวโดยไม่ได้ใส่เหล้าคนเดียว บ้านเราเค้าต้องมีแอลกอฮอล์ด้วยถึงจะกินได้ เราก็ต้องชั่วโดยการเชื้อเชิญเจ้าน้องชายให้มาร่วมดื่มกะเราดิ …… แต่ปรากฏว่าหมิงไม่เล่นด้วย เพราะพ่อเจ้าประคุณหันไปซื้อโค้กขวดมาดื่มเยาะเย้ยเราซะแล้ว ฮือ ฮือ ฮือ ….. หลังจากดื่มน้ำร่วมสาบาน(ว่าจะไม่เป็นพี่เป็นน้อง) กันแล้ว เราก็หาของกินต่อ เพราะหิวแล้ว ท้องร้องจ๊อกๆ เลยไปซื้อแซนวิชแบบอาหรับที่เค้าเรียกว่า “คาบับ” มากินด้วยกัน (มามุขเดิม คืออันเดียวแบ่งกันเลียคนละที ฮี่ ฮี่ ฮี่) แล้วก็ไปเอากระเป๋าจากล็อคเกอร์ และก็ขึ้นไปเดินหาชานชลาที่จะต้องขึ้นรถไฟไปแฟรงค์เฟิร์ต ที่ต้องบอกว่าขึ้น เพราะในเยอรมัน สถานีรถไฟส่วนใหญ่จะอยู่ชั้นล่าง และรางรถไฟ หรือชานชลาจะอยู่อยู่บนสถานีนั้นๆเลย ซึ่งนับว่าใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นเวลาอยู่ด้านล่างในสถานี ก็ไม่ได้ยินเสียงรถไฟวิ่งอยู่บนหัวนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เดินขึ้นไปก็เจอชานชาลายาวเป็นพรืด โชคดีที่ด้านล่างมีหมายเลขของชานชาลาติดไว้อยู่แล้ว เลยขึ้นมาได้ถูก ถ้าอยู่ที่ชานชาลาด้านบนแล้วอยากจะไปอีกชานชาลานึงนะ ต้องวิ่งลงไปชั้นล่าง ไปลอดรางรถไฟ แล้ววิ่งไปที่หมายเลขชานชาลาที่ต้องการ ไต่บันไดขึ้นมาอีกครั้ง ถึงจะเจอ ถ้าเป็นเมืองไทยเหรอ ทำไง…. กระโดดข้ามรางมันตรงนั้นแหละ ง่ายดี แต่ที่เมืองนอกกระโดดข้ามไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเค้าจะจับ แต่เพราะรางรถไฟอยู่ลงไปลึกมาก ลองโดดลงไปสิ ปีนขึ้นมาไม่ได้ใครจะช่วย ขายหน้านะนั่น…… ไม่เอาดีกว่า บนชานชลาวันนั้น ไม่มีคนมากเท่าไหร่ สงสัยเป็นเพราะเย็นแล้ว คงไม่มีใครเดินทาง นอกจากนักท่องเที่ยวอย่างเรา มีตู้ขายขนมคล้ายตู้ขายน้ำอัดลมในบ้านเราวางอยู่ ติดป้ายราคาสินค้าเรียบร้อย เราเอาเงินหยอดตามราคาก็จะได้ขนมมา อิงกับเชิญก็ไปลองด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสา ได้ขนมมาอันนึง เป็นช็อคโกแลต เลยแบ่งกันกิน ทันใดนั้นเชิญก็นึกขึ้นได้ว่าเรายังไม่รู้เลยว่าโรงแรมที่เราจะไปพักกันมันอยู่ที่ไหนของเมือง ถ้าไม่วางแผนไว้เดี๋ยวไปถึงละวุ่นวายแน่ เลยไปโทรศัพท์ถาม กดหมายเลขโทรศัพท์ของโรงแรมยังไงก็ไม่เจอ กดทีไรมีแต่เสียงตู๊ด ตู๊ด ตลอด เอ๊.... ยังไงนะ เลยไปถามคนที่มารอรถไฟแถวนั้นว่ายังไง ปรากฏว่าเราต้องกดรหัสเมืองของแฟรงเฟิร์ตก่อนหมายเลขนั้นๆ พนักงานต้อนรับของโรงแรม Hotel Continental เป็นผู้หญิงบอกเราว่าโรงแรมก็อยู่หน้าสถานีรถไฟนั่นแหละ หาง่ายมาก เอ้า...ง่ายก็ง่าย แค่รู้ว่าไม่ต้องขึ้นรถต่อไปโรงแรมก็พอแล้ว คิดว่าคงจะหาได้ไม่ยาก เดินไปแป๊บเดียวคงถึง
ขึ้นรถไฟจากเวิร์ซเบอร์กเมื่อรถไฟมา … เราก็ขึ้นรถ คราวนี้ไม่มีการแสดงภูมิรู้(ไม่จริง) ของไกด์กิตติมศักดิ์อีกแล้ว (ก็แหม๋…. จะรู้ไปถึงไหน คนเรามันก็ต้องมีเรื่องไม่รู้มั่งซี่) ระยะทางจากเมืองเวิร์ซเบอร์กไปเมืองแฟรงเฟิร์ตวัดเป็นระยะทางเท่าไหร่ไม่รู้ … แต่ถ้าวัดเป็นระยะเวลา(ที่แอบอ่านจากตารางรถไฟ) ก็ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง พอขึ้นรถไฟได้ก็นอนครับงานนี้ … นอนเท่านั้นที่เราต้องการ ก็วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน เดินตลอด ถ้าวัดเป็นระยะทางก็คงประมาณ 10 กม. ได้มั้ง หลายคนคงสงสัยว่านอนได้ยังไงบนรถไฟ เสียงดังจะตาย ก็บอกแล้วว่าตั๋ว EurailPass ทำให้เราได้มาชูคอในที่นั่งชั้น 1 ในตู้งี้เงียบสนิท รถไฟก็ไม่กระชึกกระชักเหมือนที่บ้านเราซะหน่อย ..พูดถึงเรื่องตู้ ขอบรรยายหน่อยว่าในตู้ชั้น 1 จะแบ่งเป็นล็อคๆ แต่ละล็อคมีที่นั่งอยู่ 6 ที่นั่ง โดยมีทางเดินแคบๆพอดีตัวอยู่ด้านข้าง ถ้าในล็อคเราไม่มีคนมานั่งด้วยเลยก็จัดการดึงเบาะมาชนกันให้กลายเป็นเตียงได้เลย แล้วเราก็พากันนอนกลิ้งไปกลิ้งมาราวกับว่าเป็นห้องนอนและเตียงนอนขนาดคิงไซส์ของเราเอง แรกๆเราไม่รู้ว่าเราสามารถเลือกนั่งที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ(ถ้าไม่มีคน) เราก็จะนั่งเฉพาะที่ที่หมายเลขระบุไว้ หลังๆสังเกตเห็นว่าคนไม่เต็มตู้ง่ะ … ที่ว่างเต็มเลย ทำไมเราไม่ไปช่วยเค้าใช้ล่ะ เราก็เลยสมนาคุณเค้าซะเลย นอนๆอยู่ก็มีนายตรวจตั๋วหน้าฝรั่งมาตรวจตั๋ว (ก็มันเมืองฝรั่งนี่ ก็ต้องหน้าฝรั่งสิ ..จะให้เป็นหน้าแขกได้ไง) เราก็ยื่นตั๋ว EurailPass ให้ แกจับๆ พลิกๆไปมา ดูหน้าตาเราพอเป็นพิธีก็ยื่นคืนกลับมาพร้อมกับอวยพรว่า Enjoy your trip. แล้วเราก็นอนต่อ… ซักเดี๋ยวก็มีเจ้าหน้าที่เข็นรถเครื่องดื่มมาขาย เอ๊ะ ฉากนี้คุ้นๆแฮะ ดีนะที่ไม่ประกาศขาย “ก่ายย่าง…ส้มตาม …ก่ายย่าง……มาแล้วจ้า” ถ้าไม่งั้นนะจะลุกขึ้นมาโขลกส้มตำกินซะที ก็เลยฉลองทริปด้วยการซื้อโกโก้ร้อนกับกาแฟร้อนมากินกับหมิง แล้วก็นอนต่อ นั่งไปหันไปดูอิง อ้าว…หลับไปแล้ว หมิงล่ะ….อ่าววว…. อ่านหนังสืออยู่ เรายังไม่ง่วง เขียนโปสการ์ดถึงคนนั้นคนนี้ดีกว่า เขียนไปเขียนมารถไฟโยกเยกโยกเยก เฮ่อ..เลิกดีกว่า ตัวหนังสือยิ่งไม่สวยๆอยู่ เดี๋ยวคนรับอ่านไม่ออกกันพอดี รถไฟเยอรมันมักจะมีการประกาศให้ผู้โดยสารรู้อยู่เสมอเมื่อถึงสถานีใหญ่ หรือสำคัญๆ เราน่ะฟังภาษาเยอรมันไม่รู้เรื่องหรอก รู้แต่ว่าจะมีการประกาศเป็นภาษาเยอรมัน ภาษาอังกฤษสำเนียงเยอรมัน เลยต้องเงี่ยหูฟังตลอดว่าเดี๋ยวจะถึงรึยัง TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://chern1999.spaces.live.com/blog/cns!AA0D7025208BACCC!421.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|